การศัลยกรรมแก้ไขหูกาง

278
บางท่านมีใบหน้า เค้าโครงที่เกือบจะดีทั้งหมดแล้ว แต่ติดอยู่อย่างเดียวคือส่วนที่อยู่ข้างใบหน้าของเรา นั่นคือหูนั่นเอง งทีถูกเพื่อนล้อว่า
“หูกาง” “เอลฟ์” “ลิง” หรือ หนักๆเข้าโดนเรียกว่า “กอลั่ม” ก็มี จนทำให้ต้องไว้ผมเพื่อปิดบังส่วนหู จึงทำให้ไว้ทรงผมได้แค่ผมยาวเท่านั้น ถึงจะรำคาญแต่ก็ไม่สามารถรวบได้อีก บางท่านหนักจนผมก็ไม่สามารถปกปิดได้แม้ทำทรงผมลอนแล้วก็ตาม….
เรามาทำความรู้จักกับเรื่องของหูกาง ว่า สรุปแล้วมันมีความผิดปกติอย่างไรกัน
โดยปกติแล้วใบหูของคนเราจะแนบไปทางด้านหลังชิดทำมุมกันประมาณ 25-35องศา ขอบนอกใบหูพับไปด้านหลังเล็กน้อย ห่างจากผิวหนังศีรษะประมาณ 1.5 – 2 ซม. ดูไม่แยกออกจากใบหน้า จนเห็นใบหูได้ชัดเจน
ดังนั้นลักษณะที่ดู หูกาง คือใบหูไม่แนบไปทางด้านหลังเท่าที่ควรทำให้สามารถเห็นทั้งใบหูได้ชัด หรือขอบใบหูไม่พับทางด้านหลัง โดยมีสาเหตุจากกระดูกอ่อนใบหูไม่พับตามปกติ ซึ่งสามารถเกิดขึ้นได้ตั้งแต่เด็กเพราะส่วนหนึ่งของหูที่กางออก หรือไม่แนบชิดเกิดจากพันธุกรรมโดยกำเนิด
การพิจารณาในการผ่าตัดแก้ไขปัญหาหูกาง
…………………………………………………………………………………………………………………
การผ่าตัดหูกางไม่ใช่เรื่องง่ายแม้จะอยู่ในส่วนข้างของศรีษะและใบหน้าก็ตาม เนื่องจากใบหูมีการเชื่อมต่อกับผิวหนังหลายส่วนและมีลักษณะแตกต่างกันเช่น เชื่อมต่อกับหนังศรีษะที่มีลักษณะแตกต่างกับผิวหนังบนใบหน้า โดยแพทย์จะต้องวิเคราะห์ในหลายๆส่วนประกอบในการตัดสินใจ และจะต้องคุยกับผู้ที่ต้องการผ่าตัดแก้ไขปัญหาหูกาง ตกลงกันให้ชัดเจนในแนวทางที่สามารถทำได้และผลลัพธ์ที่ออกมาด้วย
โดยทั่วไปสิ่งที่ต้องวิเคราะห์มีดังนี้
1. ลักษณะของหูซ้ายและหูขวาอาจไม่เหมือนกัน เช่น หูซ้ายอาจกางน้อยกว่าหูขวา หรือ มุมที่จะแก้ไขไม่เหมือนกัน ดังนั้นการผ่าตัดหูทั้ง2ข้างจึงอาจทำในวิธีที่แตกต่างกัน
2. ความสมส่วนของใบหน้าหลังจากการผ่าตัดใบหู
3. ความผิดปกติของใบหูของผู้ป่วยแต่ละราย เช่น กรณีของอายุของผู้ทำ ลักษณะกระดูกใบหู โดย ในกรณีของต่างประเทศ นิยมผ่าตัดกันตั้งแต่สมัยเด็กๆ อายุ 5- 7 ปี เนื่องจากสังคมในต่างประเทศค่อนข้างมีการล้อกันเรื่องหูกางบ่อยในวัยเด็ก ส่วนในประเทศไทย มักจะทำการแก้ไขเมื่อเติบโตแล้วเนื่องจากสังคมมีการล้อเรื่องหูกางน้อยกว่า ส่วนใหญ่จะเกิดจากความต้องการของผู้ทำเองในการเริ่มที่จะรักสวยรักงามและเริ่มหาจุดบกพร่องของตนเอง
4. ดูลักษณะขอบกลางของใบหู และ คองกา
ขอบกลางของใบหู (Ant he lix) มีลักษณะ แบนและมุมกางเกินไป
คองกา (concha) ของใบหูมีขนาดใหญ่หรือลึกเกินไป
โดยผู้ที่ประสบปัญหา อาจเกิดจากส่วนใดส่วนหนึ่งใน 2 ส่วนนี้ หรือจะต้องแก้ทั้ง 2ส่วนก็ได้ โดยส่วนใหญ่จะเลือกแก้ขอบกลางของใบหู (Ant he lix ) ก่อน แต่สำหรับบางราย อาจมีขนาดของคองกา หรือขนาดของใบหูใหญ่เกินไป ถึงแม้จะแก้ขอบกลางหูแล้ว แต่หูก็จะดูนูนออกมาเนื่องจากขนาดใบหูที่ใหญ่ก็ได้
5. ขอบบนของใบหูและติ่งหู จะต้องมีการพิจารณาตกแต่งให้รูปร่าง สวยงาม ไม่เช่นนั้นอาจเกิดปัญหา หูรูปโทรศัพท์ได้ (Telephone ear)
ระยะเวลาในการผ่าตัด
ประมาณ 1 ชั่วโมง
ขั้นตอนในการผ่าตัด
1.ก่อนการผ่าตัดอาจทำโดยการดมยาสลบในเด็กหรือฉีดยาชาในผู้ใหญ่ โดยยาชาที่ใช้ฉีดในการผ่าตัดเป็นยาชาที่ผสม อดินาริน ซึ่งช่วยในการห้ามเลือดระหว่างผ่าตัด
2.วาดรูปการผ่าตัดบริเวณผิวหนังด้านหลังหูและวาดรูปกระดูกอ่อนของใบหูที่จะทำการแก้ไข
3.แก้ไข ทรงของกระดูกอ่อน โดยการเย็บเปลี่ยนมุมของกระดูกอ่อนหรือใช้การผ่าตัดบนผิวกระดูกอ่อน เพื่อเปลี่ยนมุม ของกระดูกอ่อน โดยอาจเปิดแผลทางด้านหน้าหรือด้านหลังของใบหู
– บางรายอาจต้องแก้ไขมุมของกระดูกอ่อนนี้ โดยการเย็บหรือตัดกระดูกอ่อน สำหรับคนที่กระดูกอ่อนคองกามีขนาดใหญ่และมีมุมลึก
– บางรายอาจต้องผ่าแบบแก้ไขมุมของกระดูกอ่อนด้านบน (Hatch Suture) ในผู้ที่มีการผ่าตัดข้อนี้เพิ่ม ไม่สามารถใส่แว่นตาได้จนกว่าแผลจะหาย โดยทั่วไปใช้เวลาประมาณ 2 อาทิตย์
– บางรายอาจต้องแก้ไขติ่งหูให้ราบลง โดยผ่าตัดผิวหนัง บริเวณหลังติ่งหูหรือโดยการเย็บติ่งหูเข้ากับกระดูกอ่อนหรือหนังศีรษะ
4.เย็บปิดแผล โดยใช้ไหมเล็กลง
การปิดแผลทำได้ 2 วิธี
1. ในกรณีที่ไม่ต้องไปทำงานในวันพรุ่งนี้ จะทำการปิดแผลแบบปกติ โดยใช้สำลีหรือผ้าก๊อซหนา ๆ ปิดรอบแผลที่ทำการผ่าตัด
2. กรณีที่ต้องไปทำงาน ในวันรุ่งขึ้น จะทำการปิดเทปที่ด้านหน้าของใบหู ปิดแผลเล็กๆ บริเวณหลังหู และปิดทับด้วยผ้าคาดผม แต่วิธีนี้อาจมีปัญหาเรื่องเลือดออกได้ อาจต้องมาพบแพทย์ เพื่อตรวจแผลผ่าตัดเร็วกว่าวิธี 1
ข้อควรปฏิบัติหลังจากการผ่าตัด
ปัญหาที่พบหลังจากการผ่าตัดโดยทั่วไปมีดังนี้
คอมเมนท์ได้ที่นี่